บอกลาใต้ตาคล้ำ หน้าโทรม ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกที่ Dr.Tony Clinic

สวัสดีค่ะทุกคน บล็อกนี้เจนจะมาเล่าประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ที่ Dr.Tony Clinic  กันค่ะ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การฉีดจมูกหรือคางนะคะ แต่จะเป็นการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา ช่วงแก้มค่ะ เพื่อช่วยให้หน้าเจนดูเต็มอิ่มขึ้น ดูไม่ตอบ ไม่โทรมเหมือนคนนอนไม่พออีกต่อไป 5555


ต้องมาอธิบายกันก่อนนะคะ ว่าฟิลเลอร์เนี่ยมีหลายประเภทมากๆ ค่ะ ทั้งแบบแข็งที่หลายคนฉีดจมูกกัน แบบนั้นจะเป็นชนิดแข็งที่สามารถปั้นให้เป็นทรงถาวรได้ค่ะ แต่สำหรับการฉีดใต้ตาของเจน เจนจะใช้เป็นชนิดนิ่ม เพื่อที่จะให้ดูเป็นธรรมชาติค่ะ โดยของคุณหมอใช้เป็น Juvederm Ultra  XC ค่ะ ซึ่งเป็นตัวที่ได้รับมาตรฐานและรับรองได้ว่าปลอดภัยค่ะ


การที่จะฉีดฟิลเลอร์ก็ไม่ใช่ว่าเดินไปฉีดกันได้ง่ายๆ นะคะ ต้องเลือกคุณหมอที่ไว้ใจได้ และมีความชำนาญค่ะ อย่างคุณหมอโทนี่ก็ไว้ใจได้แน่นอน เพราะเป็นคุณหมอประจำของ เอิร์ธ - Earthpynn ที่เจนสนิทด้วย เห็นนางไปทำบ่อยๆ เจนจึงไว้ใจค่ะ และจากการหาข้อมูลก็ไว้ใจได้ด้วยเพราะมีรีวิวอยู่เยอะมากเลยค่ะ เจนได้ถ่ายวีดีโอตอนปรึกษาคุณหมอไว้ลองดูได้ที่ลิ้งนี้ >>


เมื่อไปถึงคลีนิกก็ต้องมีการวิเคราะห์รูปหน้าของเราก่อนค่ะ ว่าเหมาะกับการทำอะไรบ้าง อย่างเจนก็จะต้องฉีดช่วงแก้มแถวๆ ใต้ตาค่ะ เพื่อให้หน้าดูอิ่มขึ้น แล้วก็ต้องฉีดบริเวณแก้มด้านล่างด้วย เพื่อให้ดูแก้มไม่ตอบจนเกินไปค่ะ

หลังจากนั้นคุณหมอก็มาลงมือฉีดฟิลเลอร์ให้กับเจนค่ะ ซึ่งคุณหมอมือเบามากกก ไม่เจ็บเลยค่ะ น่าจะเป็นเพราะในฟิลเลอร์มียาชาอยู่แล้ว  และเทคนิคใหม่ของคุณหมอกับเครื่อองสแกนเส้นเลือด ที่ก่อนทำเค้าจะมาสแกนดูเส้นเลือดใต้ผิวเจนค่ะ ทำให้เวลาที่ฉีด ก็สามารถที่จะเลี่ยงเส้นเลือดต่างๆ ได้ ทำให้ไม่เจ็บเลย เหมือนมดกัดค่ะ 555


รูป Before ค่ะ จะเห็นว่าช่วงใต้ตาของเจนดูลึกมาก แก้มดูตอบ ดูโทรมค่ะ


ย้ำอีกครั้งว่าจะต้องฉีดกับคุณหมอที่ไว้ใจได้เท่านั้นนะคะ เพื่อความปลอดภัยค่ะ


ให้ดูรูปที่ฉีดไป 1 ข้างค่ะ เจนฉีดด้านซ้ายไป จะเห็นว่าผิวดูเต่งขึ้นมาเลย หน้าดูไม่โทรม ไม่ตอบ เทียบกับด้านขวาที่ยังไม่ได้ฉีด จะเห็นความต่างอย่างชัดเจนเลยค่ะ


หลังจากฉีดเสร็จเจนก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยค่ะ โดยพอเจนจับๆ ไปนะคะ ผิวก็จะนุ่ม ไม่แข็ง ไม่เป็นก้อนค่ะ ซึ่งการดูแลหลังจากฉีดฟิลเลอร์ก็ไม่ยากเลยนะคะ แค่งดการทานวิตามิน คอลลาเจน 1-2 อาทิตย์ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ งดการเข้าซาวน่า งดแต่งหน้า 4-6 ชม.ค่ะ ง่ายๆ นิดเดียวเอง แถมไม่มีแผล ไม่ส่งผลอะไรต่อการใช้ชีวิตเราเลย เพราะอย่างเจนพอทำเสร็จปุ๊บ วันรุ่งขึ้นก็บินไปเกาหลีเลยค่ะ ซึ่งเจนสามารถนั่งเครื่องนานๆ ไปเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปได้อย่างปกติเลย ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ ดังนั้นใครที่กังวลเรื่องฉีดฟิลเลอร์ก่อนไปเที่ยวเลิกกังวลได้เลย ทำได้เลย จะได้สวยตอนถ่ายรูปไง




วันนี้เจนขอตัวไปก่อนแล้วนะคะ ครั้งหน้าเจนมีอะไรมาอัพเดทอีก ก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ

Share this:

CONVERSATION

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment