เผยหมดเปลือก...เล่าประสบการณ์ตรงทำตา 2 ชั้น ที่ The Sib Clinic (แบบไม่มีกั๊ก)

          สวัสดีค่ะ...ทักทายกันก่อนนะคะ อย่างที่บอกไว้ในหัวข้อคือบล็อกนี้จะมารีวิวเกี่ยวกับการทำตา 2 ชั้น และต้องขอออกตัวก่อนเลยนะคะ
ว่านี่คือการทำศัลยกรรมครั้งแรกในชีวิตเลย (ถ้าไม่นับรวมการดัดฟันนะ) ซึ่งมุกได้เลือกที่จะทำตากับคุณหมอดารินทร์ ม่วงไทย ที่ The Sib Clinic สาขา ทองหล่อ
จะเป็นอย่างไรนั้นมาเริ่มกันเลยค่ะ



*ภาพถ่ายทุกภาพมีการขออนุญาตคุณหมอและทางคลินิกเรียบร้อยแล้วนะคะ*


          ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักและทำความเข้าใจ กับการทำตา 2 ชั้นก่อนนะคะ เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการตัดสินใจค่ะ เพราะดวงตานั้นถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมาก ๆ บนใบหน้าของเรา เรียกว่าเป็นหน้าต่างของหัวใจก็ว่าได้ ในเมื่อดวงตามีความสำคัญมากขนาดนี้ เราจึงต้องศึกษาข้อมูลต่างให้ดีก่อน การทำตา 2 ชั้นนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของเปลือกตา รวมถึงผิวหนังและไขมันบริเวณรอบ ๆ ดวงตา ซึ่งหลาย ๆ คนก็อยากที่จะมีดวงตาที่ชัดเจนและถ้าอยากให้ตาสวยมากขึ้น ก็ต้องปรึกษาแพทย์กันค่ะ อย่างครั้งนี้มุกได้มีการนัดคิวคุณหมอล่วงหน้า และเมื่อถึงวันก็ได้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอดารินทร์ ซึ่งบอกเลยว่าคุณหมอนั้นให้ข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน แบบไม่มีกั๊กเลยค่ะ ใครที่สนใจก็สอบโทรสอบถามคิวคุณหมอได้นะคะ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาค่ะ


การทำศัลยกรรมตา

2 ชั้น นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
  •      การผ่าตัดสำหรับผู้ที่มีตาชั้นเดียว
  •       การผ่าตัดสำหรับผู้ที่มีตา ชั้น แต่เปลือกตาบนเริ่มตกมาบัง
การเลือกขนาดชั้นตาให้สวยงาม

          ชั้นตาที่สวยงามชั้นควรจะมีขนาดที่กว้างพอประมาณและรับเข้ากับรูปดวงตาของเรา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ขนาดที่ได้รับความนิยม และทั่วไปส่วนใหญ่มักเลือกขนาดของชั้นตาประมาณ 6-10 มิลลิเมตร
  •         ขนาดของชั้นตากว้างสไตล์ฝรั่ง
  •         ขนาดของชั้นตาปานกลางสไตล์เกาหลี
          ส่วนรูปทรงของชั้นนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ซึ่งก็จะมีทั้งแบบโค้งลงเข้ากับดวงตาหรือเปิดหางตาแบบเชิดขึ้น แนะนำว่าควรพูดคุยบอกความต้องการกับคุณหมอก่อนการผ่าตัดเสมอนะคะ หากชอบชั้นตาแบบไหนก็สามารถนำรูปไปให้คุณหมอพิจารณาได้ค่ะ ว่าแบบนี้เราสามารถทำได้ไหม 


          จากการปรึกษาคุณหมอปรากฏว่าชั้นตาของมุกนั้นอยู่ในกลุ่มที่ 2 ค่ะ จากรูปมุกเป็นคนที่มีตา 2 ชั้นอยู่แล้ว แต่ว่าชั้นตาทั้งสองข้างจะมีขนาดชั้นตาที่ไม่เท่ากัน
และตาทางด้านขวาจะมีปัญหาเรื่องชั้นหนังตาเยอะเกิน ทำให้ตกลงมาบังชั้นตา
หรือที่เราเรียกกับแบบบ้าน ๆ ว่า “ตาหลบใน” นั้นแหละค่ะ
โดยคุณหมอตรวจดูและวิเคราะห์ว่าควรทำแบบกรีดชั้นตาและตัดหนังส่วนเกินออก
เพราะหากเลือกแบบการเย็บแบบจุด
เมื่อนานไปอาจจะหลุดได้หรือเหมือนเจ็บตัวฟรีนั้นเองค่ะ


ขั้นตอนและวิธีการผ่าตัด

          เมื่อปรึกษาคุณหมอเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้ขอสรุปว่า ของมุกนั้นจะทำแบบกรีดชั้นตาและตัดหนังตาส่วนเกินออกประมาณ 3 มิลลิเมตร ซึ่งคุณหมอแจ้งว่าไม่น่าจะมีไขมันที่ตาค่ะ โดยจะเลือกขนาดชั้นตาแบบสไตล์สาวเกาหลีคือขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก และมีขนาดอยู่ที่ 6.5 มิลลิเมตรเองค่ะ จากนั้นก็ถึงเวลาเตรียมตัวมาทำความสะอาดหน้า เปลี่ยนชุดและขึ้นเขียงเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัด


          เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดรอบดวงตาด้วยแอลกอฮอล์อีกครั้ง

คุณหมอน่ารักมากเลยคอยบอกทุกขั้นตอนว่ากำลังจะทำอะไร ชวนพูดคุยสร้างความผ่อนคลาย


          จากที่คุยกันข้างต้นว่าต้องการขนาดเท่าไหร่ ก็มาถึงตอนวัดขนาดชั้นตากันแล้ว
โดยคุณหมอจะใช้วงเวียนวัดและเขียนเส้นมาร์กจุดไว้บนเปลือกตาของเรา


          ขั้นตอนหวาดเสียวกำลังเริ่มขึ้นค่ะ

นั้นก็คือการฉีดยาชาบริเวณเปลือกตาที่จะทำการผ่าตัด “คิดในใจเจ็บแน่ ๆ เจ็บแน่ ๆ”
เอาจริง ๆ ส่วนตัวแล้วไม่ได้เจ็บมากอย่างที่คิดไว้ค่ะ


**ตั้งแต่ขั้นตอนต่อจากนี้จะขอปรับภาพเป็นขาว-ดำ
เพื่อให้สามารถดูต่อได้นะคะ**


          คุณหมอชวนพูดคุยระหว่างรอยาชาออกฤทธิ์ประมาณ

5 นาที ตอนนี้ตาเราก็เริ่มบวมตุ่ยแบบขั้นสุด และก็พร้อมแล้วสำหรับเริ่มทำการกรีดชั้นตา
ตอนนี้มันชาจนเราไม่มีความรู้สึกอะไรเลยนะคะ
คือตอนแรกคิดไว้ว่าจะต้องได้ยินเสียงกึก ๆ อะไรแบบนี้ซ่ะอีก แต่แบบคุณพอพูดว่ากรีดตาเสร็จแล้วนะคะ
เราก็อ้าว!! ตอนไหนหว่า เพราะคุณหมอมือเบามาก ๆ พอกรีดชั้นตาตามที่เรากำหนดไว้เสร็จ
ก็จะทำการตัดชั้นหนังตาส่วนนั้นออก ซึ่งของมุกตัดออกไป 3 มิลลิเมตรค่ะ


          ขั้นตอนนี้เป็นการห้ามเลือดโดยใช้ไฟจี้บริเวณชั้นตานะคะ

(ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกรึเปล่าน้าาา) ตอนนี้เรารู้สึกว่าร้อน ๆ อุ่น ๆ บริเวณตา วิธีนี้คือการห้ามเลือด
และคุณหมอยังบอกอีกว่า ที่เลือดของเราไม่ได้ไหลเยอะมาก นั้นก็เพราะว่าตอนที่ฉีดยาคุณหมอรอจนยาออกฤทธิ์เต็มที่
ซึ่งยาชานี้จะมีสารอะไรสักอย่างที่คุณหมอบอกนะ จำไม่ได้!! สารตัวนี้จะช่วยห้ามเลือด ทำให้ไหลน้อยนั้นเองค่ะ


          พอเลือดหยุดไหลก็เย็บกำหนดชั้นตาตามที่เราต้องการค่ะ

ตอนนี้มุกเริ่มรู้สึกแล้วค่ะ มันจะแบบเหมือนมีอะไรดึงบริเวณตาของเราค่ะ
แต่ไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บเลยนะ พอเย็บเสร็จแล้วก็จะมีการลืมตาเพื่อตรวจเช็คว่า
ชั้นตานั้นโอเคสวยแล้วรึยังนะคะ นี่เลยเป็นที่มาของการห้ามวางยาสลบนั้นเองค่ะ



          สุดท้ายคือการเย็บปิดแผลที่ชั้นผิวหนัง

ช่วงตอนเย็บมาจนถึงตอนท้ายนี้มุกเริ่มรู้สึกเจ็บ ๆ บ้างช่วงหางเล็กน้อย (เป็นคนความอดทนต่ำมาก
แค่เจ็บนิดเดียวก็ร้องแล้ว อาจจะเพราะบวกกับความกลัวด้วยค่ะ) โดยคุณหมอก็จะฉีดยาชาเพิ่มให้
จากนั้นเย็บต่ออีกแปปเดียวก็เสร็จ เมื่อเสร็จแล้วคุณหมอก็จะเช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ
ดวงตาของเรา ให้ลืมตาอีกครั้งเพื่อเช็คชั้นตาก่อนที่จะเริ่มทำข้างถัดไปค่ะ


เสร็จเรียบร้อยทั้ง 2 ข้างแล้วน้าาาาาา ตื่นเต้นเหมือนกันบ้างไหมคะ




          เมื่อเสร็จเรียบร้อยทั้งสองข้าง

คุณหมอก็จะความสะอาดแผลและพี่พยาบาลก็จะเข้ามาช่วยประคบด้วยเจลเย็น ใช้เวลาประมาณ
5 นาที ก่อนที่จะปิดพลาสเตอร์ ก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยค่ะ 



 จากภาพข้างต้นตาอาจจะบวมพอสมควร (อาจจะดูจากรูปไม่เห็นเท่าไหร่) เนื่องจากมุกฉีดยาชาค่อนข้างเยอะซึ่งเป็นผลข้างเคียงให้ตาบวมมากนั้นเองโดยรวมแล้วการผ่าตัดในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิด ๆ ต้องขอขอบคุณคุณหมอดารินทร์ที่มือเบามาก ๆ ใจเย็นและพูดคุยแนะนำทุกขั้นตอน ทำให้ไม่กังวลเลยค่ะ พอเสร็จทุกอย่างถ่ายภาพเรียบร้อย ก็ออกมารับยา พี่พยาบาลน่ารักมากอธิบายทุกอย่างตั้งแต่การดูแลหลังการผ่าตัด การทานยา รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารด้วย

ขั้นตอนการดูแลหลังการผ่าตัดตา24ชั่วโมงแรก : ประคบด้วยเจลประคบแบบเย็น
โดยวางเป็นแนวนอนบริเวณรอบดวงตา ใต้ตา และสันจมูกอย่างต่อเนื่อง
หรือพยายามประคบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดอาการบวม หลังผ่าตัดห้ามแกะพลาสเตอร์ติดแผลออกด้วยตนเองโดยเด็ดขาด
หากว่าพลาสเตอร์หลุดก็ให้ติดใหม่ได้เลยนะคะ (พี่พยาบาลเค้าจะให้มา
แต่มันเหนียวมากรับรองไม่มีหลุด) และไม่ต้องตกใจหากมีเลือดซึมจากแผลที่เปลือกตา
ห้ามแกะแคะเกา!!!

วันที่ 1-3 : ประคบด้วยเจลเย็นหรือผ้าเย็นบริเวณรอบ ๆ จมูกและรอบดวงตา
วิธีการทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดหน้า ห้ามให้น้ำโดนแผลเด็ดขาด

วันที่4-6 : ให้ประคบอุ่นด้วยเจลหรือผ้าชุบน้ำอุ่น ประคบบริเวณเดิมและห้ามโดนน้ำค่ะ

วันที่7 : คุณหมอนัดตรวจอาการหลังผ่าตัดและตัดไหม

ขั้นตอนการตัดไหม
          พี่พยาบาลจะช่วยแกะพลาสเตอร์และทำความสะอาดแผลเตรียมไว้ก่อน เมื่อคุณหมอเข้ามาก็จะพูดคุยถามไถ่อาการ และตรวจเช็คบริเวณแผลผ่าตัด เมื่อคุณหมอพิจารณาว่าแห้งสนิทพร้อมแล้วก็จะทำการตัดไหม ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 5 นาที เร็วมาก ๆ ค่ะ ส่วนใครที่อยากรู้ว่าเจ็บไหม

เห็นใครหลายคนชอบพูดว่าเหมือนโดนมดกัดสำหรับมุกนะคะ
ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่มดกัดอ่ะ เพราะถ้ามดกัดมันเจ็บและก็คันนานกว่าจะหายดีเป็นปกติ
อันนี้เรียกว่าโดนเด็กหยิบมากกว่า หยิบแบบปลายเนื้อมันจะจื้ดดดดดแปปเดียวแล้วก็จะหายค่ะ ไม่ต้องกลัวนะ


หลังตัดไหมเสร็จทันที ตามุกยังค่อนข้างบวมอยู่เลย


มาดูการเปลี่ยนแปลงของมุกกันค่ะ


เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับสาว ๆ (หรือผู้ชายก็ทำได้นะคะ) ทุกคนที่เข้ามาอ่านไม่มากก็น้อยเนอะ หากมีตรงไหนที่สงสัยหรืออยากสอบถามที่เติม คอมเม้นด้านล่างได้เลยนะคะ


ขอขอบคุณ คุณหมอดารินทร์  ม่วงไทย
The Sib Clinic
Hotline : 088-222-8660
Line Official : @thesibclinic (มี@ด้วยนะคะ)
Youtube : The Sib clinic
Instagram : Thesibclinic

Share this:

CONVERSATION

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment