เลเซอร์ขนรักแร้ถาวรที่ @Medical Clinic

สวัสดีค่ะสาวๆที่ผ่านเข้ามาใน Blog นี้ เจนจะมารีวิวการทำเลเซอร์ขนรักแร้ หรือเรียกให้สุภาพก็คือขนใต้วงแขนค่ะ กำจัดขนถาวรกันไปเลย ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า พื้นฐานขนรักแร้ของเจนมีน้อยมากถ้าเทียบกับสาวๆคนอื่นที่เคยเห็น  แต่ว่าไม่ใช่ว่าไม่มีเลยนะคะ ก็มีถ้ามองใกล้ๆ แถมขนสองข้างไม่เท่ากัน ข้างขวาจะมีเยอะกว่าข้างซ้าย -*- แต่ที่มันน้อยเพราะเจนไม่ค่อยได้ถอนค่ะ(เลี้ยงไว้ทำไม) จะถอนเฉพาะเวลาออกงานจริงๆงานสำคัญ หรือ งานออกหน้ากล้อง นอกนั้นไม่ถอน ฮ่าๆๆๆ เจนตัดสินใจทำเลเซอร์กับ คลีนิค @Medical Clinic ค่ะ อยู่ที่เดอะมอลล์บางแค ชั้น 2 พอไปถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ คอยอธิบายว่าการทำเลเซอร์ขนนั้น มีหลักการยังไง สามารถ ทำได้ทั้งใบหน้า ขนรักแร้ และเปรียบเทียบ การทำเลเซอร์ขน กับ การแว๊กซ์ ว่ามีความแตกต่างกันตรงที่การทำเลเซอร์จะเป็นการผลัดเปลี่ยนขนให้อ่อนลงเรื่อยๆ แต่ว่าก็ต้องมาทำหลายรอบเพื่อให้เลเซอร์ค่อยๆผลัดให้ขนอ่อนลงไปเรื่อยๆจนหายไป ซึ่งไม่เหมือนกับการแว๊กซ์ที่ทำปุ๊บหายปั๊บ แต่มีตอ ที่ทำให้วงแขนไม่เรียบเนียน แต่การเลเซอร์นั้นไม่มีตอแน่นอน ทำให้ วงแขนเรียบเนียน รูขุมขนกระชับด้วย


อ่อ ลืมบอกว่าการเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์ ไม่มีอะไรมากเลยค่ะ ไม่ต้องถอน ไม่ต้องแว๊กซ์ เลี้ยงน้องขนไว้เลยให้คุณหมอดูว่ามีเยอะขนาดไหน ต้องใช้พลังงานเลเซอร์เท่าไหร่หลังจากนั้นก่อนเลเซอร์พยาบาลจะมาเล็มออกให้เอง หลังจากนั้นก็ประคบเย็นเพื่อให้ผิวใต้วงแขนชา จะได้ไม่รู้สึกเจ็บเวลาเลเซอร์


พอพร้อมอยู่บนเตียงแล้ว เริ่มตื่นเต้นและกลัวเจ็บค่ะ คุณหมอก็เริ่มยิงเลเซอร์เป็นชอตแรก โดยใช้พลังงานเบาๆก่อนโดยจะถามว่าเจ็บมั้ย ทนได้มั้ย เพื่อเช็คว่าพลังงานพอมั้ย แต่จะบอกว่าไม่รู้สึกไรเลย พอทำไปนานๆก็เริ่มรู้สึกจี๊ดๆ นิดๆ หรือเพราะหายชาไม่รู้ พร้อมกับมีกลิ่นไหม้ตามมา ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นกลิ่นขนไหม้ แอบสะใจเล็กๆ ว่าไหม้ไปเลยพวกแก อิอิ ส่วนความเจ็บก็อยู่ในระดับที่ทนได้แน่นอน พอเสร็จแล้วก็ประคบเย็นแล้วก็กลับบ้านได้เลยค่ะ มาดูรายละเอียดและวิธีการ แบบวีดีโอดีกว่าค่ะ



ผลหลังทำเลเซอร์ขนรักแร้ถาวร ครั้งที่ 1 
สังเกตุว่า น้องขนก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้หายไป ไม่ได้ขึ้นเพิ่ม แอบสงสัยนิดหน่อยกลัวไม่ได้ผล อีกอาทิตย์นึงรีบไปทำเพิ่มอีก ตามในรูปครั้งแรกถ่ายที่คลีนิคไฟส้มมากอาจดูไม่ชัดเท่าไหร่ เทียบกับครั้งสองกลับมาถ่ายที่บ้านแบบโหมด Macro ชัดสุดๆ


ผลหลังทำเลเซอร์ขนรักแร้ถาวร ครั้งที่ 2
บอกคุณหมอว่ามันเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น คราวนี้คุณหมอเพิ่มพลังงานให้แรงขึ้น เจ็บกว่าเดิม กลิ่นไหม้ชัดขึ้น แต่สะใจมาก ผลที่ได้ ขนเริ่มหายไปบ้าง จับๆถูๆเบาๆ น้องขนก็หลุดออกมาเอง จนวันนี้ผ่านมา 3 อาทิตย์หลังจากทำไปครั้งที่ 2 กรี๊ดมาก คือมันเริ่มได้ผลแล้วหละ แล้วรวมๆน้องขนหายไป 70% ได้เลย เรียกได้ว่าทำครั้งที่ 2 ได้ผลเร็วมาก ขนไม่ขึ้นเพิ่มเลย ความเรียบเนียนเริ่มมา ขนไหนที่ร่วงไปแล้วก็หายไปเลย ไม่โผล่กลับมาอีกแล้ว บางจุดที่มีขนอยู่ก็เป็นขนอ่อนมากมาก บางมาก คิดว่ารอโดนเลเซอร์อีกสักครั้งก็หน้าจะหลุดหายไปได้


ผลสรุป ถือว่าพอใจมากเลยค่ะ ตอนแรกกลัวแค่เจ็บอย่างเดียว แต่ตอนนี้บอกได้เลยว่าใครที่กลัวเจ็บ ไม่เจ็บเลยอย่างที่คิดนะ ถอน แว๊กซ์ เจ็บกว่าเยอะและคุ้มค่ากับการลงทุนมาก ถ้าใครมีปัญหาขนรักแร้แล้วต้อง ถอนแว๊กซ์บ่อยๆควรทำอย่างยิ่ง เก็บเงินหน่อยแต่คุ้มค่าในระยะยาวค่ะ แลกกับขนที่หายไปแบบถาวร ไม่ต้องกังวลใจกับมันเป็นประจำ แถมได้วงแขนที่เรียบเนียนอีกด้วย ใส่ชุดสายเดี่ยวแขนกุดอะไรก็มั่นใจค่ะ ลืมอีกข้อคือคุณหมอบอกว่าเรื่องกลิ่นก็จะหายไปอีกด้วย คุ้มจริงๆที่คิดมาทำนะคะ
ส่วนตัวคิดว่าอาทิตย์หน้าจะไปเลเซอร์ซ้ำเป็นครั้งที่ 3 ทำไปเรื่อยๆจนกว่าน้องขนจะหายไป 100% ถึงจะหยุดทำค่ะไม่น่าเกินอีก 3 ครั้ง ขนน่าจะหายไปหมดและผิวเรียบเนียนขึ้นค่ะ

ราคาการกำจัดขนรักแร้ 2,000 บาท/ครั้ง
(แอบไปเห็นโปรโมชั่นในแฟนเพจตอนนี้เหลือ 600 บาท/ครั้ง)

ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่
Call Center 02-482-9560, 089-612-6446

พิเศษ!! สำหรับผู้อ่านที่ติดตามแฟนเพจและ Blog เจน
ทาง คลีนิคได้ให้ Gift Voucher มูลค่า 5,000 บาท มา จำนวน 3 ใบ
เจนอยากแจกให้ผู้ที่ติดตามแฟนเพจและ Blog เจนนะคะ กติกาง่ายๆ

1. เลือกติดตามเจนช่องทางใดช่องทางหนึ่งก็ได้
กด Like > www.fb.com/JanenipaFanpage
กด Follow > http://instagram.com/janenipa
กด Subscribe > www.youtube.com/Janenipha

2. กด Like > www.fb.com/atmedicalclinicfanpage

3. Comment ชื่อ username ที่คุณใช้ติดตามที่เจนสามารถเช็คได้
พร้อมทั้ง Email ไว้ที่หน้า Blog นี้ แล้วเจนจะติดต่อกลับไปค่ะ



ส่วน Gift Voucher มูลค่า 5,000 บาททำอะไรได้บ้าง?
1. เช็คระดับไขมันในร่างกาย 1 ครั้ง
2. ตรวจเช็คสภาพผิวหน้าอย่างละเอียด
3. เลือกเลเซอร์ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง
เลเซอร์กำจัดขน, เลเซอร์หน้าขาวใส, Vshape, Ultardeep, ทรีตเม้นท์รักษาสิว

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะคะ
สุดท้ายขอขอบคุณ @Medical Clinic ค่ะ

Share this:

CONVERSATION